Nokia Morph มือถือแปลงร่าง

 

nokia_morph.jpg

เช้านี้มีไอเดียของเทคโนโลยีแห่งอนาคตที่สุดยอดมาฝากเพื่อนๆ อีกแล้วล่ะค่ะ เป็นภาพฝันของบริษัทผู้ผลิตมือถืออันดับหนึ่งของโลกอย่างโนเกีย โดยคอนเซปต์มือถือล่าสุดนี้มีชื่อว่า Nokia Morph ซึ่งใช้เทคโนโลยีนาโน…ว่าแต่แล้วมันดีอย่างไรน่ะ หรือคะ?

nokia_morph_3.jpg

จากแนวคิด Nokia Morph มือถือแห่งอนาคตที่ใช้เทคโนโลยีนาโนในการผลิตจะมีความยืดหยุ่นโค้งงอได้ วงจรอิเล็กทรอนิกส์ที่อยู่ภายในจะมีลักษณะโปร่งใส และที่สำคัญ ตัวเครื่องยังสามารถทำความสะอาดตัวเองได้อีกด้วย…โห อะไรจะปานนั้น?

nokia_morph_2.jpg

ด้วยคุณสมบัติของ Nokia Morph ที่ว่า มันยืดหยุ่นโค้งงอได้ ทำให้มือถือสามารถเปลี่ยนแปลงรูปร่างได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการพับให้มีขนาดเล็กลง หรือคลี่ขยายออกมา ตลอดจนดัดโค้งจนสวมข้อมือได้ ส่วนความที่วงจรมีความโปร่งใส ทำให้วงจรการทำงานอยู่ภายใต้ส่วนแสดงผล โดยที่ยังสามารถมองทะลุผ่านไปได้ หรือให้แสดงภาพขึ้นมาได้ตามต้องการNokia Morp พัฒนาโดยศูนย์วิจัยโนเกีย โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ซึ่งคอนเซปต์ของถูกแสดงอยู่ที่ The Museum of Modern Art (MoMA) ในนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกาค่ะเล่าให้ฟังอาจจะเห็นภาพไม่ชัดเจนนัก ซีว่าดูคลิปข้างล่างนี้ดีกว่า แล้วเพื่อนๆ จะต้องอยากให้มันมีจริงในเร็ววันแน่ๆ เลยค่ะ

ซอฟต์แวร์100บ.เจาะรร.ไครได้ประโยชน์

จากโพสต์ทูเดย์ — ไมโครซอฟท์เล็งส่งซอฟต์แวร์ 3 เหรียญ เกาะติดโครงการคอมพ์ 1 ล้านเครื่องของกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมผุดศูนย์ค้นคว้าพัฒนาซอฟต์แวร์ในไทย น.ส.ปฐมา จันทรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) กล่าวว่า ไมโครซอฟท์มีแผนเปิดตัวซอฟต์แวร์ Microsoft Student Innovation Suit ราคา 3 เหรียญ หรือคิดเป็นเงินไทยไม่ถึง 100 บาท ประกอบด้วย ระบบปฏิบัติการ วินโดวส์ วิสตา ไมโครซอฟท์ ออฟฟิศ โปรแกรมเรียนภาษาอังกฤษ เพื่อนักเรียนที่ใช้คอมพิวเตอร์ตามบ้าน โดยจะผูกติดไปกับโครงการจัดซื้อคอมพิวเตอร์โรงเรียน 1 ล้านเครื่องของกระทรวงศึกษาธิการ “ไมโครซอฟท์และรัฐบาลไทยมีนโยบายตรงกันที่ต้องการจะลดช่องว่างทางเทคโน โลยีและยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กนักเรียนคนไทยให้ดีขึ้น จึงเสนอให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณา” น.ส.ปฐมา กล่าว นอกจากนี้ จะจัดตั้งศูนย์ค้นคว้าและพัฒนาซอฟต์แวร์ (ไมโครซอฟท์ อินโนเวชัน เซ็นเตอร์) ในเมืองไทย โดยลงทุนเกือบ 1 พันล้านบาท เพื่อเป็นแหล่งรวมข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญ และเครื่องมืออำนวยความสะดวกสำหรับพัฒนาทักษะทางด้านธุรกิจและไอที ให้แก่ผู้สนใจทุกกลุ่มคาดว่าจะเปิดให้บริการได้ในปลายเดือน มี.ค. นี้

ผมว่าเป็นการที่ทางรัฐบาลไทยต้องคิดให้หนักหน่อยสำหรับเรื่องนี้เพราะไม่แน่เสมอไปว่าประเทศไทยจะได้ผลประโยชน์จากโครงการนี้โดยส่วนตัวแล้วคิดว่า ไมโครซอฟท์ พยายามหนีกระแส linux และ opensouce มากกว่าซึ่งกำลังตีตลาดมากขึ้นเรื่อยๆๆโดยไมโครซอฟท์ได้ประโยชน์เต็มๆๆคือจากการที่ได้ค่าซอฟต์แวร์ 100 บาทต่อเครื่อง x 1 ล้าน ก็สักร้อยล้านบาทแต่ประเทศไทยจะได้อะไรนั้นต้องคิดหนักเมื่อก็รู้กันอยู่ว่า วิสตามันต้องการทรัพยากรอย่างมาก อย่างน้อยก็แรม 1 กิ๊กอะครับถึงจะรอดถ้าลงตามซอฟต์แวร์ที่บอกมา แล้วเป๋าหมายของไทยต้องการทำอะไรกันแน่ ต้องการให้เด็กไทยใช้งานด้านใหนค้นรายงาน พิมพ์งาน ต่อเนทผมคิดว่าการลงทุนกับด้านฮารท์แวร์มันสูงกว่าการจ้างทำซอฟต์แวร์เสียอีกซึ่งบางตังเช่น งานเอกสาร ท่องเนทผมว่า opensouce เค่าก็มีนะดีอยู่แล้วด้วยเอา opentle มาทำให้มันดีกว่านี้ดีกว่าแล้วลงทุนกับการทำฮารท์แวร์อย่างเดียวเอาแบบ EEEPC อะแต่อาจใช้แวร์จากจีนผมว่าลงทุนเครืองไม่เกินหมือนบาทหรอกเอาคิดเล่นก็ได้  ก็สัก 100001m อะนะแต่ท่าใช้วิสตาผมว่าเครื่องอย่างต่ำก็ 20000 อับรวมแล้ว 20000m เอาไมโครซอฟท์ ให้มาลงทุนพันล้านเองมันคุมกันเหรอไม่นับการผูกขาดกับเด็กๆๆอีกคิดกันแล้วไมโครซอฟท์ได้ทั้งขึ้นทั้งร่องอะอย่างน้อยสุดก็ได้ 100 บาทจากที่ไม่เคยได้อะไรเลยเพราะใช้ของก๊อบกันทั้งนั้นใช้ปะ ผมว่าเอาเงิน 2000m ให้คนทำ opentle opensouceไปพัฒนาสัก 5000m ลงทุนฮาร์แวรกับประเทศจีนสัก 3000m เอามาพัฒนาระบบการสือสารภายในประเทศ 10000m(เอาwimagนะ)ที่เหลือผมว่าเอาไปลงทุนให้เด็กเกี่ยวกับระบบ E-lerning(ตอนนี้มีมากน้อยแค่ใหนที่อยู่ในประเทศนะ)

โดยรวมความคิดผม

ฮารท์แวร์+ซอฟแวร์+ระบบซื่อสารภายใน+ระบบ E-lerning = 20000m

ไมโครซอฟท์

ฮาร์ทแวร์+ซอฟแวร์=30000m แล้ว

ระบบเอามาพัฒนาระบบการสื่อสารภายในประเทศยังไม่มีเลยเล่นเนททางใหนละ!!content การเรียนรู้ยังไม่มีเลย(เด็กคงเอามาดูเวปอย่างว่ากันมั่งหรือไม่ก็เล่นเกมอะนะ..เพราะมันไม่มีอารายให้ดูให้ทำนิ)ท่าแค่เนี้ยคิดไม่เป็นทำไมไม่ถามผม!!!!!

5555 ผมว่ามันจะยั่งยืนกว่านะท่าน

ของเล่นใหม่ iStick: ไอพอดทัช…แท่ง?

 

istick_1.jpg

Gadget ชิ้นนี้เป็นไอเดียของแฟนไอพอดค่ะ โดยใช้ชื่อผลงานว่า iStick ซึ่งถ้าดูจากรูป และชื่อของไอเดียนี้ iStick น่าจะมาจาก iPod + Lipstick เพราะขนาดของมันน่าจะเท่าๆ กับแท่งลิปสติกค่ะ แต่ดูอีกทีก็คล้ายกับหน่วยความจำแฟลชที่เชื่อมต่อพอร์ต USB นะคะistick_2.jpg

istick_3.jpg

หน้าจอสัมผัสของ iStick จะเกิดจากการพับหน้าจอ iPod 4 ทบด้วยกัน โดยแต่ละด้านของมันจะปรากฎไอคอนของแต่ละแถวนั่นเอง ซึ่งด้านล่างของ iStick มีปุ่มเช่นเดียวกับ iPod Touch ส่วนด้านบนมีช่องเสียบหูฟัง(หรือจะใช้หูฟังบลูทูธ)ค่ะ สามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi เพื่อสืบค้นเพลงจากใน iTunes Store บนหน้าจอแต่ละด้านนั่นเองคือว่า…มันก็ดูสวยดีอ่ะนะ แต่เวลาใช้งานคงไม่ค่อยสะดวกเท่าไรนะคะ

istick_4.jpg

ญี่ปุ่นเตรียมยิงดาวเทียมให้บริการบรอดแบนด์ทั่วเอเชีย

 winds_e

องค์การสำรวจอวกาศแห่งญี่ปุ่นกำลังยิงดาวเทียมทดสอบการให้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านดาวเทียมเป็นดวงแรกในวันนี้ โดยดาวเทียมคิสุนะ (KIZUNA) ได้ยิงออกจากฐานยิงไปเมื่อ 5.55น. ตามเวลาประเทศญี่ปุ่น ล่าสุดหลังการยิงดาวเทียมออกไป 23 นาที ตัวดาวเทียมได้แยกตัวออกจากจรวดนำส่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ดาวเทียมคิสุนะสร้างขึ้นมาเพื่อทดสอบการให้บริการอินเทอร์เน็ตผ่านดาวเทียมในญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ไปพร้อมๆ กัน โดยการติดตั้งจานรับสัญญาณในย่าน Ka ด้วยจานขนาด 45 เซนติเมตรจะให้อัตราการรับข้อมูลสูงสุด 155 เมกกะบิตต่อวินาทีและส่งข้อมูลได้สูงสุด 6 เมกกะบิตต่อวินาที หากใช้จานขนาด 5 เมตร ดาวเทียมดวงนี้อาจจะทำความเร็วได้ระดับกิกะบิตเลยทีเดียว (เสปค)

ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในชาติที่กำลังแข่งขันด้านอวกาศกับหลายประเทศอย่างเข้มข้น โดยมีการตั้งเป้าหมายในการส่งมนุษย์ไปยังดวงจันทร์ไว้ที่ปี 2020 นี้

 

กูเกิลเริ่มทดสอบระบบเก็บข้อมูลทางการแพทย์

 

ข่าวเกี่ยวกับบริการ Google Health เริ่มรั่วออกมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ปีที่แล้ว ในตอนนี้ทางกูเกิลก็เริ่มเปิดระบบนี้ทดสอบในวงจำกัดแล้ว โดยทาง Marissa Mayer ได้ออกมาระบุว่าบริการ Google Health นี้จะเริ่มให้บริการกับคนทั่วไปภายในปีนี้ โดยผู้ป่วยทุกคนจะสามารถนำข้อมูลทางการแพทย์ตั้งแต่ผลแลปไปจนถึงประวัติการแพ้ยาไว้ในโลกออนไลน์ และสามารถเข้าถึงได้ไม่ว่าผู้ป่วยจะอยู่ที่ไหนในโลก วิธีการเช่นนี้จะมีประโยชน์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อผู้ป่วยเป็นคนที่เดินทางบ่อย

งานนี้ไม่ใช่กูเกิลเพียงเจ้าเดียวที่สนใจในตลาดนี้ ทางด้านไมโครซอฟท์เองได้เริ่มทดสอบระบบ HealthVault ของตนเองมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว โดยบริการของไมโครซอฟท์นี้นอกจากผู้ป่วยจะเก็บข้อมูลทางการแพทย์ของตัวเองได้แล้ว ยังแชร์ให้กับญาติพี่น้องได้อีกด้วย

บริการเช่นนี้คงสร้างความกังวลให้กับคนหลายๆ คนเพราะข้อมูลส่วนตัวจำนวนมากจะไปอยู่กับกูเกิลเพียงเจ้าเดียว อีกทั้งประเด็นด้านความปลอดภัยที่หากมีการใช้ Google Account เพียงอย่างเดียว ตัวรหัสผ่านนี้จะกลายเป็นจุดอ่อนเดียวที่ผู้ที่ประสงค์ร้ายอาจจะเข้าถึงข้อมูลได้แทบทุกอย่างตั้งแต่อีเมล, เอกสารส่วนตัว, และข้อมูลทางการแพทย์

wBand ดนตรีซาวด์เอฟเฟกต์

wband.jpg

เดี๋ยวจะหาว่า เอาใจแต่ Apple อย่างเดียว เมื่อกี้เพิ่งพูดเรื่องนำ iPhone ที่รันแอพฯ เครื่องดนตรีมารวมวงสร้างเสียงเพลงอันไพเราะ ซึ่งข้อเท็จจริงที่หลายๆ ท่านอาจจะยังไม่ทราบ(หรือทราบแล้ว) ก็คือ ซาวด์เอฟเฟกต์ต่างๆ ที่ได้ยินจากคอมพิวเตอร์พีซี หรือโน้ตบุ๊กของ Windows 98และ Windows XP สามารถนำมาสร้างเป็นเสียงเพลงที่สนุกสนานได้ไม่แพ้กันค่ะ

wband_2.jpg

เพื่อนๆ คงจะคุ้นเคยกับเสียงประกอบต่างๆ ที่ Windows ใช้ในการแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทราบถึงเหตุการณ์ต่างๆ อย่างเช่น เข้า และออกจากระบบปฏิบัติการ คลิกผิดตำแหน่ง เป็นต้น แต่เชื่อไหมคะว่า หากเรานำไฟล์เสียงประกอบเหตุการณ์เหล่านี้ของ Windows 98 และ XP มาสร้างเป็นท่วงทำนองดนตรีด้วยโปรแกรม ModPlug Tracker เสียงเพลงที่ได้จะมีความไพเราะเพราะพริ้งแค่ไหน? คลิปวิดีโอข้างล่างนี้ช่วยยืนยันคำพูดของซีได้ค่ะ

by Dailygizmo

วัตถุโคตรดำ! ดำสุดเท่าที่มนุษย์ทำได้


ดร.อาจายัน กับวัตถุดำที่เขาและทีมได้พัฒนาขึ้นเป็นวัตถุดำที่มนุษย์พัฒนาขึ้นได้ดำที่สุดในขณะนี้ บีบีซีนิวส์/เอเยนซี - นักวิจัยสหรัฐฯ ผลิตวัตถุจากท่อนาโนคาร์บอนได้ดำที่สุดใกล้เคียงอุดมคติ ดูดกลืนแสงได้ 99.9% สะท้อนกลัยน้อย เป็นความหวังผลิตโซลาร์เซลล์ ทั้งอาจใช้เป็นอุปกรณ์ตรวจจับรังสีอินฟราเรดเพื่อการสังเกตทางดาราศาสตร์
      ดร.พูลิคเกล อาจายัน (Dr.Pulickel Ajayan) นักวิจัยเชื้อสายอินเดียจากมหาวิทยาลัยไรซ์ (Rice University) ในฮุสตัน สหรัฐฯ ได้นำทีมวิจัยพัฒนาวัตถุดำจากท่อนาโนคาร์บอนได้เป็นวัตถุที่มีความดำมากกว่า 30 เท่าของของวัตถุจากคาร์บอนที่หน่วยงานดูแลมาตรฐานสหรัฐฯ ใช้เป็นเกณฑ์อ้างอิงความดำและวัตถุดำที่ผลิตขึ้นนี้ยังดูดกลืนแสงได้มากถึง 99.9% ซึ่งใกล้เคียงกับวัตถุดำในอุดมคติที่สามารถดูดกลืนแสงได้ทั้งหมดและไม่สะท้อนกลับเลย
      สีดำที่ใช้ในการวาดภาพระบายสีนั้นมีดัชนีหักเห 5-10% แต่วัตถุที่ทีมวิจัยพัฒนาขึ้นนี้มีดัชนีหักเหของแสง 0.045% ซึ่งแสดงถึงความดำและการดูดกลืนแสงที่มากกว่าโลหะผสมนิกเกิล-ฟอสฟอรัสซึ่งได้รับการบันทึกว่าเป็นวัตถุดำที่สุดในโลกอยู่ในขณะนี้ถึง 3 เท่า ดร.อาจายันกล่าวว่าวัตถุชิ้นนี้สามารถประยุกต์ใช้ในการแปลงพลังงานแสงอาทิตย์ที่สามารถเก็บแสงทั้งหมดที่ตกกระทบได้ หรืออาจใช้ในการตรวจจับรังสีอินฟราเรดเพื่อการศึกษาดาราศาสตร์ได้

การเปรียบเทียบการสะท้อนแสงของวัตถุชนิดต่างๆ ภายใต้แสงไฟ บนสุดคือวัตถุสะท้อนแสงตามมาตรฐาน และชิ้นกลางคือวัตถุดำสุดที่เพิ่งประดิษฐ์ได้ ส่วนชิ้นล่างคือภาพของแก้วคาร์บอน
      ในทางทฤษฎีท่อนาโนคาร์บอนสามารถพัฒนาเป็นวัตถุดำได้ นักวิจัยจึงเริ่มต้นทดสอบคำพยากรณ์ทางวิทยาศาสตร์นี้ ท่อขนาดเล็กกว่าเส้นผม 400 เท่าถูกจัดเรียงเป็นตั้งๆ คล้ายดังก่อหญ้า ซึ่งการจัดเรียงลักษณะนี้ทำให้แสงถูกดักจับระหว่างช่องว่างเล็กๆ ของท่อ และพื้นผิวที่ขรุขระก็ช่วยลดการสะท้อนของแสง
      ทีมวิจัยทดสอบคุณสมบัติการดูดกลืนแสงในย่านแสงที่ตามองเห็นเท่านั้น โดย ดร.ชวน ยู หลิน (Dr.Shawn-Yu Lin) นักวิจัยจากสถาบันโพลีเทคนิคเรนส์เซเลอร์ (REnsselaer Polytechnic Institute) ในนิวยอร์กรับหน้าที่รับวัดคุณสมบัติทางแสงของวัสดุ แต่ทีมวิจัยยังต้องการเห็นการดูดกลืนของแสงในย่านอินฟราเรดและอัลตราไวโอเลต รวมถึงความยาวคลื่นอื่นที่ใช้ในระบบสื่อสาร
      ดร.อาจายันกล่าวว่าหากสามารถสร้างวัตถุที่ดูดกลืนการแผ่รังสีในทุกความยาวคลื่นได้หมดแล้วจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้เพื่อการพัฒนาการทหารต่างๆ ได้ ทั้งผลิตอุปกร์ณเพื่อกรหลบซ่อนตัวและอุปกรณ์ในการป้องกันการโจมตี ทั้งนี้งานวิจัยของเขาและทีมจะเผยแพร่ลงวารสารนาโนเลตเตอร์สฉบับล่าสุดที่กำลังจะตีพิมพ์นี้

นักวิทยาศาสตร์กำลังจะทดสอบประสิทธิภาพของวัตถุโดยใส่ลงไปในทรงกลมรวมแสง (integrating sphere) เพื่อวัดค่าการสะท้อนแสงของวัตถุดำ

EA ประกาศ C&C Red Alert 3

 

หลังจากที่เพิ่งปล่อย C&C3 และปล่อยข้อมูลเพิ่มเติมของ C&C3: Kane’s Wrath เข้ามาได้ไม่นาน EA Los Angeles (EALA) ก็ได้ประกาศว่า C&C Red Alert 3 จะวางขาย “เร็ว ๆ นี้” แล้ว

เช่นกันกับ C&C3 … Red Alert 3 นั้นจะมีฝ่ายใหม่เข้ามาให้เลือก ซึ่งก็คือมหาอำนาจใหม่ของโลกอย่างญี่ปุ่นเข้าร่วมมามีบทบาทใหม่ในสงครามโลกครั้งที่สาม ทำให้ทั้งฝ่ายพันธมิตรและสหภาพโซเวียตไม่พอใจเป็นอย่างมาก ทำให้สงครามโลกครั้งนี้มีกลุ่มประเทศ 3 กลุ่มด้วยกัน คือ Soviets, Allies และ the Empire

นอกจากนี้แล้วตัวเกมเองยังได้มีการเพิ่มโหมด Co-op ที่จะทำให้ผู้เล่นสองคนขึ้นไปที่ไม่ต้องการสู้กันเอง สามารถช่วยกันเล่นให้ผ่านด่านต่าง ๆ ต่อไปได้ ซึ่งเป็นวิธีลดช่องว่างระหว่างผู้เล่นที่เก่งกับไม่เก่งได้อย่างมาก

เกมนี้จะสามารถเล่นด้วยกันได้ทั้งบน PC, Xbox360 และ PS3

สำหรับใครที่อยากทดลองเล่นเกมนี้ก่อนใคร สามารถทำได้โดยการซื้อเกมภาคเสริม C&C3: Kane’s Wrath มาลงบน C&C3 Kane Edition ด้วย (ถ้าซื้อในเมืองไทยทุกกล่องเป็น Kane Edition หมด)

คงมีเครื่องบินกามิกาเซแหงม

by manager

อยากรู้ไหมทำใมต้องให้ดอกกุหลาบ ในวันวาเลนไทน์

วันนี้ขอตามกระแสอีกวันนะค่ะ..หุหุ อยากรู้ไหมทำใมต้องให้ดอกกุหลาบ ในวันวาเลนไทน์…เพราะว่ากุหลาบมีมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลแล้วล่ะ จึงทำให้ความสวยงามของดอกและกลิ่นอันชวนพิสมัยของราชินีแห่งดอกไม้นี้เป็นที่เลื่องลือมาช้านาน และล้วนกล่าวถึงความงามเป็นสื่อที่แสดงถึงความสุข ความมีไมตรีจิต ความน่ารัก ความสวยงาม การบูชา และการเกี้ยวพาราสี

rose.jpg

ดังนั้น กุหลาบจึงเป็นเสมือนตัวแทน แห่งความรัก และความอมตะ จนมีตำนานกล่าวขานกันต่างๆ นานา ตั้งแต่สมัยกรีก

  ตำนานเล่าว่า “คลอรีส” เทพธิดาแห่งดอกไม้ได้บันดาลให้ร่างของนางไม้กลายเป็นกุหลาบและยกให้เป็นราชินีของดอกไม้ จากนั้นต่อมาก็มีการมอบดอกกุหลาบแก่ “อีรอส” ลูกชาย ซึ่งเป็นเทพแห่งความรัก

        ส่วนในศาสนาคริสต์เชื่อกันว่า ในสมัยที่พระเยซูถูกตรึงไว้ไม้กางเขนอยู่นั้น พระโลหิตได้ไหลหยดลงบนต้นหญ้ามอสส์และได้ยังเกิดเป็นต้นกุหลาบที่มีดอกสีแดงสด จึงมีการเรียกขานกุหลาบชนิดนี้ว่า “กุหลาบมอสส์”

          นอกจากนี้ยังมีการสู้รบกันระหว่าง 2 ตระกูลใหญ่ คือราชวงศ์ยอร์ค ซึ่งใช้สัญลักษณ์เป็นดอกกุหลาบ และราชวงศ์แลงแคสเตอร์ ใช้ดอกกุหลาบแดงเป็นสัญลักษณ์และได้เรียกสงครามครั้งนี้ว่า “สงครามกุหลาบ”

          ซึ่งเกิดขึ้นในปี พ.ศ. 1948-2028 และในสมัยต่อมา พวกกุหลาบแดงได้มาแต่งงานกับพวกกุหลาบขาว ซึ่งในปัจจุบันกุหลาบได้ถือเป็นดอกไม้ประจำชาติของชาวอังกฤษไป ถ้าทุกคนมีความรักให้แก่กันแล้วโลกจะสงบสุขแน่นอน

XPERIA คู่ชก iPhone ตัวจริง

 

xperia_1.jpg

ในที่สุด Sony Ericsson ก็เปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่น XPERIA X1 ออกสู่สายตาชาวโลก ซึ่ง

ต้องขอบอกว่า สวยงามน่าใช้ได้ใจไปเลยเต็มๆ ค่ะ สำหรับใครที่กำลังจดๆ จ้องๆ iPhone

อยู่ล่ะก็ เปลี่ยนใจยังทันนะคะ :p ส่วนสาวกโซนี่ แค่มองตากันก็รู้ว่า “นี่ล่ะ…ใช่เลย”

xperia_2.jpg

XPERIA X1 ตอบโจทย์การใช้งานที่ครบถ้วนทั้งฟังก์ชัน และแฟชั่น ตั้งแต่ตัวเครื่องที่ใช้วัสดุ

มันวาว พร้อมด้วยยูสเซอร์อินเตอร์เฟซใหม่ที่น่าใช้บนระบบหน้าจอสัมผัส และที่พลาดไม่ได้

ก็คือ คีย์บอร์ด QWERTY ที่สามารถเลื่อนออกมาพิมพ์ได้อย่างสะดวกสบาย…

xperia_3.jpg

แม้ XPERIA X1 จะเลือกใช้ระบบปฏิบัติการ Windows Mobile แต่ทาง Sony Ericsson

ได้พัฒนาส่วนติดต่อผู้ใช้(UI)ขึ้นมาใหม่ ซึ่งทำให้ดูน่าใช้กว่าอุปกรณ์วินโดวส์โมบายอื่นๆ ใน

ท้องตลาด โดยอินเตอร์เฟซที่มีลักษณะเป็นไอคอนขนาดใหญ่ 9 แผ่นที่ใช้แทนแอพพลิเคชัน

วินโดวส์แต่ละตัว เมื่อผู้ใช้สัมผัส แอพพลิเคชันจะถูกเปิดขึ้นมาอย่างนุ่มนวล

XPERIA X1 เป็นมือถือ 3G ที่สมบูรณ์แบบ รองรับการทำงานได้กับทุกเครือข่ายไม่ว่าจะเป็น

GSM, EDGE, HSDPA, HSUPA และ UMTS สนับสนุนไฮสปีดอินเทอร์เน็ต และ Wi-Fi

นอกจากความสามารถในเรื่องของเครือข่ายแล้ว X1 ยังมีคุณสมบัติการทำงานอื่นๆ ที่น่าสนใจ

อีกมากมาย ได้แก่ กล้องดิจิตอล 3.2 ล้านพิกเซล สามารถบันทึกวิดีโอ หรือแม้แต่วิดีโอแชต

บนเครือข่ายความเร็วสูง ท่องเน็ตด้วย IE Mobile Browser

xperia_4.jpg

ในส่วนของฟังก์ชัน PDA เจ้า X1 ตัวนี้สามารถใช้รับส่งอีเมล์ นาฬิกาปลุก เครื่องคิดเลข ปฏิธิน

นัดหมาย เปิดไฟล์เอกสาร ตลอดจนแอดเดรสบุ๊ก และระบบจัดการต่างๆ ซึ่งแน่นอนว่า สามารถ

ซิงค์กับ Outlook และ Exchange ผ่าน ActiveSync ได้ทันที สนับสนุนการใช้บริการ

Push email ด้วยล่ะ สำหรับความสามารถด้านการเล่นมีเดียก็จะมี Windows Media Player

พร้อมชุดหูฟังไร้สายที่ให้คุณภาพเสียงในระดับสเตอริโอสมบูรณ์แบบผ่าน Bluetooth A2DP

จุดเด่นที่แตกต่างจากคู่แข่งก็คือหน้าจอ TFT ขนาด 3 นิ้วที่ความละอียด 800×480 พิกเซล

ซึ่งคมชัดกว่า iPhone ที่มีความละเอียดอยู่ที่ 480×320 พิกเซลเท่านั้น

xperia_5.jpg

แม้ภายในเครื่องจะมีหน่วยความจำแค่ 400MB แต่ผู้ใช้ก็สามารถเพิ่มหน่วยความจำเป็น 8GB

ด้วยการ์ดหน่วยความจำ Memory Stick Micro หรือ SanDisk Micro ได้ค่ะ X1 มีขนาด

เล็กกว่า iPhone เพียงเล็กน้อย แต่เนื่องจากมีคีย์บอร์ดอยู่ด้วยทำให้หนากว่า iPhone เล็กน้อย

ในขณะที่น้ำหนักแทบไม่ต่างกันมากนัก แค่ 8.5 กรัมเท่านั้น X1 มีกำหนดการวางตลาดครึ่งปี

หลังของปี 2008 สนนราคายังไม่มีการเปิดเผยแต่อย่างใด…หวังว่า คงไม่แพงมากนะคะ

by Daily Gizmo

Android รุ่นต้นแบบมาแล้ว

 

ที่งาน Mobile World Congress ซึ่งกำลังจัดอยู่ที่เมืองบาร์เซโลนา ผู้ผลิตชิปสำหรับโทรศัพท์มือถือหลายค่ายนำ Android รุ่นต้นแบบมาโชว์แล้ว

ที่ยกมาให้เห็นแบบชัดเจนที่สุดคือ Texas Instrument นำโทรศัพท์ที่หน้าตาเหมือนกับตัว emulator มาโชว์ โดยสำนักข่าวที่ได้ไปจับของจริงต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “เร็ว” แต่รุ่นต้นแบบนี้ที่นำมาโชว์ไม่มีอินเทอร์เน็ตไว้ทดสอบความสามารถว่าเป็นอย่างไร

นอกจาก TI แล้ว ผู้ผลิตรายอื่นยังมี ARM, Marvell, Texas Instruments, Qualcomm, NEC และ ST Microelectronics ตามแผนของกูเกิล มือถือ Android จะวางจำหน่ายได้ในครึ่งหลังของปีนี้ ส่วนซัมซุงออกมาให้ข้อมูลว่าจะเริ่มวางขายมือถือ Android ของตัวเองในปี 2009

by blognone

IPhone จีนครับ

พี่จีนของเราเอาอีกแล้วทีนี้เป็น IPhone ครับแถมโฆณาว่าเหมือนของแท้ถึง 99 %

แถมเปลี่ยนแบตได้ด้วย พร้อมใส่ซิมได้ถึงสองซิม

Nvidia" คว้าบริษัทพัฒนาชิปฟิสิกส์ Ageia เสริมทัพ

“Nvidia” ผู้นำด้านชิปการ์ดจอคอมพิวเตอร์ (GPU) ประกาศข่าวการได้บริษัท “Ageia” ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีระบบฟิสิกส์เกมมาอยู่ในสังกัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยไม่เปิดเผยตัวเลขข้อตกลงออกมาให้ทราบแต่อย่างใด
        สำหรับผลงานของ Ageia คือการพัฒนาซอฟต์แวร์ “PhysX” ที่นำไปใช้กับเกมมากกว่า 140 เกม บนเครื่อง PS3,Xbox360,Wii และพีซี ซึ่งช่วยให้ผู้เล่นเห็นภาพวัตถุในฉากกระเด็นกระดอน ,กระจุยกระจาย หรือเรียกง่ายๆว่าภาพการเคลื่อนไหวในเกมจะดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ปัจจุบันมีผู้เข้าไปลงทะเบียนใช้ชุดพัฒนา PhysX SDK แล้วกว่า 10,000 ราย และ Ageia ยังเป็นผู้พัฒนาชิปโปรเซสเซอร์ AGEIA PhysX ที่ตอบสนองต่อระบบฟิสิกส์โดยเฉพาะเป็นรายแรกของโลกเมื่อปี 2006 นั่นก็หมายความว่าจะมีชิปที่คำนวณด้านระบบฟิสิกส์แบบแยกออกมาต่างหาก จากที่ปกติเคยใช้ CPU ของเครื่องมาคำนวณ
        “Jen-Hsun Huang” ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท Nvidia กล่าวว่า Ageia เป็นทีมงานชั้นนำของโลกและมีเป้าหมายเดียวกับเราในการตอบสนองต่อเล่นเกมออกมาได้เต็มอรรถรส ถือเป็นการรวมทีมกันเพื่อสร้างแบรนด์ GPU และฟิสิกส์ เอนจินออกมาเจ๋งที่สุดในโลก และเราก็จะนำ GeForce ผนวกกับ PhysX ไปสู่คอเกมเมอร์นับร้อยล้านคนทั่วโลก
        Manju Hegde ผู้ร่วมก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ Ageia กล่าวเสริมว่า Nvidia เหมาะสมมากสำหรับเรา พวกเขามีเทคโนโลยีล้ำสมัยและยังผู้นำด้าน GPU อีกด้วย พวกเราจึงพร้อมใจกันจับมือร่วมกันนำนวัตกรรมใหม่ไปสู่ผู้บริโภค

 

by manager

พ่อแม่รู้ไม่ทันว่าเด็กกำลังทำอะไรออนไลน์

 

จากการศึกษาของ Department of Communication ที่มหาวิทยาลัย Tel Aviv พบว่าพ่อแม่ส่วนใหญ่รู้ไม่ทันว่าลูก ๆ ของตัวเองกำลังทำอะไรกันออนไลน์

จากข้อมูลที่ได้มาพบว่า 30% ของเยาวชนอายุระหว่าง 9 ถึง 18 ปีลบ Search History ในเว็บบราวเซอร์ของตัวเองเพื่อที่จะรักษาความเป็นส่วนตัวของตัวเองจากผู้ปกครอง และเยาวชนกว่า 73% ได้โพสข้อมูลส่วนตัวของตัวเองลงในอินเทอร์เน็ตแม้ว่าผู้ปกครองคิดว่ามีเพียง 4% ของเยาวชนทั้งหมดเท่านั้นที่ทำเช่นนั้น

นอกจากนี้แล้ว 36% ของเยาวชนยอมรับว่าได้มีการพบปะกับคนที่รู้จักกันจากอินเทอร์เน็ต ส่วนผู้ปกครองนึกว่าตัวเลขนี้เป็นเพียง 9% เท่านั้น

เขียนข่าวนี้เสร็จรีบตั้ง Firmware Password คอมตัวเองทันที

by Blognone

ใกล้ Valentine แล้วาลองอ่านตำนานของคิวปิด (Cupid) หรือ อีรอส (Eros กัน

คิวปิด (Cupid) หรือ อีรอส (Eros) ถือเป็นเทพเจ้าแห่งความรักของโรมัน นิยมเรียกในภาษาไทยว่า "กามเทพ" มักวาดภาพเป็นเด็กชายตัวจ้ำม่ำ เปลือย มีกระบอกศรอยู่ข้างหลัง ในมือถือคันศร หรือกำลังน้าวศร
ตำนานเล่าความเป็นมาของเทพเจ้าองค์นี้ต่างๆ กันไป คิเคโร (Cicero) ได้เล่าไว้ 3 ทางด้วยกัน ทางหนึ่งว่า เป็นโอรสของเมอร์คิวรี (เฮร์เมส) และเทพีไดอานา (อาร์ทีมิส) อีกทางหนึ่งว่า โอรสของเมอร์คิวรี และวีนัส (อะโฟรไดที) และอีกทางหนึ่งว่า เป็นโอรสของมาร์ส (อะเรส ตามปกรณัมของกรีก) และวีนัส
สำหรับพลาโตว่าไว้สองทาง ขณะที่ในเธโอโกนีของเฮสิออด ซึ่งเป็น ตำราเทวภูมิศาสตร์ (theoography) ที่เก่าแก่ที่สุดของกรีกโบราณ ระบุว่า คิวปิด ถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกับเคออส และโลก
ในตำราเกี่ยวกับเทพเจ้าโบราณโดยทั่วไป ระบุว่ามีคิวปิดสององค์ หรือสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งว่าเป็นโอรสของจูปิเตอร์ (เซอุส) และวีนัส อีกฝ่ายหนึ่งว่าเป็นโอรสของนีกซ์ และเอเรบุส
อ่านต่อ

เมาส์ถุงลม…เป่าก่อนใช้

jellyclick_1.jpg

เช้านี้ซีมีคอนเซปต์ Gadget ที่น่าสนใจมาฝากเพื่อนๆ อีกแล้วล่ะค่ะ

ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นไอเดียที่เก๋ไก๋เท่านั้น ชื่อของมันยังน่ารักอีกด้วยค่ะ

นั่นก็คือ Jelly Click เมาส์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการพกพาที่สะดวกที่สุด

แถมยังมีลักษณะการใช้งานที่เห็นแล้วต้องอึ้งอีกด้วยล่ะ

jellyclick_2.jpg

ไอเดียของ Jelly Click ก็คือ ตัวเมาส์จะมีแผงวงจรขนาดเล็กที่บาง

และดัดโค้งได้ ซึ่งทั้งหมดจะซ่อนอยู่ภายในตัวเมาส์ที่ทำจากพลาสติกอ่อน

เมื่อใดที่ต้องการใช้เมาส์ก็เพียงแค่เปิดจุกแล้วเป่าลมเข้าไปใน Jelly Click

เพื่อให้ตัวมันพองขึ้นมาจนสามารถวางอุ้งมือได้อย่างสบายๆ เชื่อมต่อการ

ทำงานด้วยพอร์ต USB ไอเดียไม่เลวเลยนะคะเนี่ย ก่อนหน้านี้มีเมาส์อนามัย

ที่สามารถนำไปล้างน้ำให้สะอาดได้ แต่เจ้าตัวนี้ ถ้าทำออกมาเป็นผลิตภัณฑ์

คงเป็นเมาส์ตัวแรกที่ลอยน้ำได้ เพื่อนๆ คิดเหมือนซีไหมคะ :p

jellyclick_3.jpg

by dailygizmo

Tech News